Thursday, September 3, 2009

101 Civil Engineering Ebook collection

หลายครั้ง งงว่า ทำไมต้องอ่านภาษา อังกฤษ ให้แตก โลกทุกวันนี้ เชื่อมโยงกันด้วยภาษาอังกฤษ ซะเป็นส่วนใหญ่ ตำราภาษาอื่นๆ ก้อมากมาย แต่ทำอย่างไรได้ ไม่มีพื้นความรู้ และบางครั้งอาจจะแก่เกินไปที่จะไปทำความรู้จักกับภาษาอื่น - เอาเถอะ งูๆปลาๆ แต่ถ้ารู้จักหาตรงที่อยากจะรู้ มันก้อคงเข้าใจไม่ยาก


101 Civil Engineering Ebook collection
สนใจเล่มไหน ลองหาดูใน http://filecrop.com/

101 Civil Engineering Ebooks collection All PDF Format
Aysen – Problem Solving in Soil Mechanics
Autocad 2006 Manual Users Guide
AutoCAD2007Bible
Bridge Design Manual-Texas Department of transportation
Bridge.Hydraulic.Design.(2000)
BSP_VL4
Building Design and Construction Handbook
Building Design and Construction Handbook(2)
Chen & Liew Civil Engineering Handbook
Civil Engineering Handbook(Second Edition)
Civil engineering hydraulics- Essential theory with worked ecmaug2005
COMPOSITE MATERIALS HANDBOOKvol4
Composite Structures Of Steel And Concrete- Volume 1 (2Nd Ed
Concrete Forwork
Construction of buildings Volume 1
Construction Of Buildings Volume 2
Design Loads During Construction
DESIGN OF HYDRAULIC GATES
Engineering Structural Welding
Engineer’s Mini-Notebook
FIDIC
Finite Element Method – Boundary Element Method
Finite-element-procedure-Bathe
Fundamentals Handbook – Engineering Symbology, Prints, and Drawings 1
Fundamentals of Finite Element Analysis
Fundamentals of wood design and engineering
Handbook
Handbook of Structural Engineering
Handbook_of_Structural_Engineering
Harrison___Nettleton_-_Advanced_Engineering_Dynamics__Arnold_1997__4AH
Hydraulics Manual
J.F.Doyle – Modern experimental stress analysis
Lean Manufacturing And The Enviroment (Epa)
LIQUID STORAGE TANK
Manual for the design of reinforced concrete building struct
MARINE STRUCTURAL DESIGN
Mathematics-The Civil Engineering Handbook
matlab_quickref
MatlabNotes
McGraw Hill – Dictionary of Engineering
Mcgraw Hill – Project Management
McGraw-Hill – Piping Handbook
McGraw-Hill_-_Civil_Engineering_Formulas__2002__Tlf
Mechanical Engineering Handbook (CRC Press)
miscellaneous_recipes_001
Modern Manufacturing
Multiresolution Green?s Function Methods for Interactive Simulation of Large-Scale Elastostatic Objects
Non-linear Finite Element Analysis of Solids and Structures Vol.2
Numerical approximations of time domain boundary integral equation for wave propagation
Olver P.J., Shakiban C. Applied mathematics (draft, 2004)(11
Patankar_Numerical_Heat_Transfer_and_Fluid_Flow
PLANNING AND DESIGN OF HYDROLECTRIC POWER PLANT STRUCTURES
PORTLAND CEMENT
Post-Tensioning
Reinforced concrete analysis and design
Residential_Structural_Design_Guide
Sadd – Elasticity theory applications and numerics [butterworth heinemann 2004] 4AH
SMITH, E. H. (1994). Mechanical Engineer’s Reference Book (12t.)
Soil engineering – testing, design, and remediation
Soil_Mechanics___Foundations
SPED_VL3
standard_handbook_of_engineering_calculations
Steel designers manual 5th edition
Stiffener Design for Beam-to-Column Connections
strength of materials
stress analysis of why branch
Structural Mechanics of Buried Pipes
Structural Steel Designer’s Handbook (Brockenbrough & Merritt)
TAYLOR, D. A. (1996). Introduction to Marine Engineering (2nd .)
Teexas – Hydraulic Design Manual
Time-dependent problems with the boundary integral equation
TONG, L. (2002). 3D Fibre Reinforced Polymer Composites
Transportation Eng
Transportation Systems Planning Methods and Applications
Vibration and Shock Handbook
Vibration Simulation using MATLAB and ANSYS
Vibrations Fundamentals and Practice
WATSON, D. G. M. (1998). Practical Ship Design
Welded Design – Theory and Practice
Welding Metallurgy (Second Edition)
Wind Loading of Structures
WU, Y.-S. (2001). Practical Design of Ships and Other Floating S
YUN, L. (2000). Theory and Design of Air Cushion Craft
ZIENKIEWICZ, O. C. (2000). The Finite Element Method (5th ed.).)
Zienkiewicz’s Finite Element Book

งานเคลม คิดต่างแบบคิดบวก ไม่ใช่เรื่องปวดหัว ( 2 )


อันที่จริงแล้ว เงินห้าสิบล้าน ร้อยล้าน ที่จะได้มาชดเชยการขาดทุน ของโครงการหนึ่งๆ ไม่มีผล อะไรมากนัก กับ บริษัทฯ เพราะเพียง ราคาหุ้น บริษัทฯ ตกไป ไป 10 สตางค์ มูลค่าหุ้น ของ ผู้ถือหุ้นใหญ่ ก้อ หายไป หลายร้อยล้าน ในแต่ละวัน แต่สำหรับการทำงานโครงการต่างๆนั้น พนักงานแต่ละชุดงาน วิศวกร จะต้องทุ่มเท ให้งาน จุดเล็กๆจุดหนึ่ง ให้สำเร็จด้วยต้นทุน ที่ต้องพยายามลด และมีส่วนผลกำไร มันไม่ใช่เรื่องการทุ่มเท เหนื่อยยาก ถ้าจะทำงานให้เสร็จไป วันหนึ่งๆ ตามความต้องการของงาน แต่ถ้าจะต้องให้ จุดงานเล็กๆ จุดนั้น มีกำไร สัก 5-10% กลับกลายเป็นเรื่องที่ยากมาก ต้องทุ่มเท และใช้ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่จะต้องได้มา คนทำงานก่อสร้าง ทุกอย่างเร่งด่วนตลอด ตามความต้องการของเจ้าของงาน ปีใหม่ สงกรานต์ ไม่เคยให้หยุด ถ้างานมีความเร่งด่วน ... เพื่อใคร


จากเรื่องเคลม ของโครงการ ที่ดูเหมือนว่า มีปัญหาในการย้อนเวลากลับไปนั้น ซึ่งจะผูกปัญหาให้กับหลายฝ่าย แต่จะทำอย่างไร ถ้าไม่ย้อนกลับเข้าไป ทำความเข้าใจกับอดีต ที่ยอมรับไม่ได้นั้น ว่าเป็นส่วนหนึ่งของความผิดพลาดของปัจจุบัน และอาจส่งผลเสียไปในอนาคตอีก การทะเลาะเลิกรา ไม่ทำงานให้ อาจจะทำได้ในบางสถานการณ์ แต่ ... สิ่งที่ผ่านมา เราไม่เคยเลิกรากลับใครแบบนั้น ถ้าลองเปิดใจยอมรับความจริง ที่จะบอก ที่จะนำเสนอ อดีตไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ที่ย้อนความจำกลับไปไปหามัน อย่างน้อยก้อเพื่อสร้าง รอยต่อของความสำเร็จระหว่างปัจจุบันกับอนาคต


ความจริงในอดีต กับ จดหมายปลายเปิด ให้ทุกฝ่ายจะเข้าใจ ว่าสิ่งที่ดำเนินการแล้ว และดำเนินการอยู่ควรจะทำอย่างไร ... การชวนทะเลาะหรือให้เกิดความไม่เข้าใจ ต่อกันมีมาหลายโครงการ ที่ Key Staff ของ Main Contractor ที่เคยดำเนินการขณะงานมีความเร่งรัดสูง ย้ายออกไปจากโครงการ และการไม่ยอมรับของผู้ซึ่งมาใหม่ ในข้อตกลงเดิมต่างๆ อ้างว่าต้องทำตามสัญญา ตามการคำนวณ


เนื้อความของจดหมาย ... ควรจะระดมความคิดเพิ่มเติม


อ้างถึง ความสัมพันธ์ที่ทำงานร่วมกัน มานานนับสิบปี ความสำเร็จบนความยากลำบากและทุ่มเท มาหลายๆโครงการ และโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่นี้ ก้อเช่นเดียวกัน ตามที่ทราบตั้งแต่ ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการ


ในห้วงการทำราคาประมูล เรารับรู้ว่า ราคาที่เคยเสนอมานานแล้วต่ำมาก และได้พยายามชี้แจงขอปรับปรุงราคามาโดยตลอดในห้วงเวลา ดังกล่าว ประกอบกับราคาวัสดุต่างๆ ปูน เหล็ก น้ำมัน ขึ้นราคาแบบไม่รู้ว่าจะ หยุดได้ ที่จุดใด ปัญหาการต้องการนั่งร้านแบบ BS-Standard ซึ่งเรามีปัญหาขาดทุนในหลายโครงการ และเสนอการวัดจ่ายตามจริง จึงใช้เวลาในการหาข้อสรุป เรื่องราคากันอยู่หลายเดือน จนเลยเวลาในการเริ่มงานตามแผนงานหลักไปแล้ว 3-4 เดือน รวมถึงเวลาการเตรียมงานเตรียมคน เราเริ่มงาน Soil Improvement ให้ก่อนแม้ว่า ราคายังหาข้อสรุปไม่ได้ เพราะเข้าใจในความเร่งด่วน ว่า แต่ละ Milestone ของ Samsung ว่ามีค่าปรับ และเกี่ยวพันกับการเบิกเงินด้วย แม้ว่า ข้อสัญญาในหลายๆ ประเด็น ตามที่เราแสดงให้เห็นถึง ค่าใช้จ่าย และความต้องการของเวลา ที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในส่วนการเร่งรัดให้ทันใน แต่ละห้วงเวลาไปแล้ว จากการร้องขอและยอมที่จะจัดสรร ส่วนที่ต้องการให้ จากการชี้แจงตอน Kick Off Meeting ไปแล้วนั้น การให้ความสำคัญต่อกรอบเวลาที่จะให้ Samsung ได้งานทันตามสัญญา นั้น เราต้องใช้ความพยายามและทุ่มเท รวมทั้งการเปลี่ยนวิธีการก่อสร้างและใช้ Facilities ที่มีอยู่เกือบทั้งหมดขณะนั้น เพื่อให้สามารถทันได้ตามแผนที่กำหนดไว้ เรามั่นใจ ในความรับผิดชอบของ Samsung ที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายส่วนเกินต่างๆให้ จึงผลักดันทั้งคนและเครื่องจักร จนงานต่างๆ บรรลุวัตถุประสงค์ของ Samsung จนผ่านสถานการณ์อันล่าช้า และเลวร้ายในกรณีที่เสร็จไม่ทัน ตาม Milestone ซึ่งมีผลทั้งค่าปรับรวมทั้งงานต่อเนื่องต่างๆ ด้วย


จากการดำเนินการเร่งรัด-เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานนั้น ส่งผลให้เรามีค่าใช้จ่ายส่วนเกินจำนวนมาก ซึ่งเคยได้ชี้แจงให้ทราบมาเป็นระยะนั้น รวมทั้งการเพิ่มแรงงานและเครื่องจักรจำนวนมาก แม้ว่าจะติดปัญหาด้าน พท.การทำงานจากการทำงานของ ผรม.อื่น เรายังคงพยายามติดตาม และมุ่งมั่นจะทำงานให้สำเร็จในแต่ละส่วนของงานมาโดยตลอด แต่เนื่องจากผลประกอบการของโครงการขณะนี้ ซึ่งเคยได้รับการรับปากว่าจะให้ความช่วยเหลือนั้น ถึงวาระที่จะต้องชี้แจงให้ทราบแล้ว ว่าผลจากการมุ่งมั่นทำงานให้เกิดผลสำเร็จไปแล้วนั้น มีค่าใช้จ่ายส่วนเกินอย่างไรบ้าง และจะได้ใช้โอกาศนี้ชี้แจงถึง งานต่อเนื่องที่ยังคงติดปัญหาว่าจะดำเนินการไปได้อย่างไร บนค่าใช้จ่ายที่ไม่สอดคล้องกับมูลค่างานตามสัญญา สิ่งที่แนบมาด้วยคือบางส่วนของการทำงานที่มีค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่มาจากการเร่งรัด การเปลี่ยนวิธีการทำงาน รวมทั้งการหยุดรอในสถานการณ์ ต่างๆ มาเพื่อทราบและช่วยพิจารณา


หวังอย่างยิ่งในความสัมพันธ์ที่ดี เข้าใจ และฟันผ่าอุปสรรคไปด้วยกัน ทั้งโครงการนี้และโครงการอื่นๆในอนาคต


- * - รายการประกอบและ Evident ต่างๆ ที่จะชี้แจงว่ามีค่าใช้จ่ายส่วนเกินแนบบมาด้วย -* -

1. การเร่งการผลิตหินคลุกเพื่อ ทำ Soil Improvement ในช่วงการเริ่มโครงการ

2. การเร่งรัดงาน Pipe Rack และงาน Equipment Foundation การทำ Precast จาก วิหารแดง การเร่งรัดงาน จนมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมงานคอนกรีต ที่รีบยกขึ้นติดตั้ง เพื่อให้ทัน Milestone
3. การใช้ Facilities ของวิหารแดง ช่วยทำ precast ส่งมาให้ เพราะมีความพร้อมทั้งคน เครื่องจักร พท.การทำงาน ในห้วงปี 2551 นั้น คนงานมากกว่า 150 คน 5 เดือน ที่วิหารแดง ทำงานให้ Samsung จำนวนคนงานเหล่านี้ ถือว่าเป็น คนทำงานในโครงการด้วย

4. งาน BS-Scaffolding แม้ไม่ค่อยชัดเจน ในสัญญามากนัก แต่เป็นความเข้าใจร่วมทั้ง 2 ฝ่ายที่เข้ามาดำเนินการเรื่องราคางานและสัญญา – สามารถอ้างถึง Staff ของ Samsung ชุดนั้นได้

5. Changing in Work Methodology Impacted to Method of Measurement กรณีไม้แบบ และความต้องการในการซ่อมผิวคอนกรีต, การเตรียมงาน, งาน Lean ปรับระดับ, เครื่องจักรที่จะยก, งานซ่อมรอยต่อ, คอนกรีตปรับระดับและอื่นๆ

6. งานดิน และเครื่องจักรงานดิน ที่เนื้องานในแต่ละเดือนน้อยกว่า ความต้องการมีอยู่ของเครื่องจักร การชดเชยปริมาณงาน ในส่วน Slope ควรจะนำมาพิจารณาให้ แม้ขณะที่มีความติดขัดเรื่อง พท.การทำงาน เครื่องจักรงานดิน มีความพร้อมจะทำงานให้ตลอดเวลา 8 nos. backhoe and earth works equipments for 8-9 months

7. การหยุดรอของแรงงาน-เครื่องจักร ในแต่ละห้วงเวลา ทั้งนี้พอสภาพหน้างานพร้อม จะได้จบงานได้ทันที

8. ความต้องการ Supervision เพิ่มเติม เนื่องจากความเร่งรัด

9. การตัดงาน ลดงาน บางส่วน โดย Samsung เอง ไม่ควรจะนำมาเป็นฐานคำนวณ Indirect for Payment

10. การดำเนินการในส่วนงาน Offsite Area ซึ่งเคยแจ้งว่า ควรใช้ Dayworks Rate นั้นค่าใช้จ่ายจริงอย่างไร และควรจะคิดงานที่เหลืออย่างไร

.... อื่นๆ เพิ่มเติม

การคิดงาน-มูลค่าความเสียหายต่างๆ จะนำเสนอไปหลังจากได้ข้อมูลจากรายงานต่างๆที่ชัดเจนถูกต้อง เป็นระยะหรือจะแต่งเติมใหม่ในกรอบความเข้าใจและความร่วมมือที่ดีต่อกัน ถ้าออก จม. ลักษณะนี้ โดยทางฝ่าย Samsung ยอมรับเรื่องราวตอนต้น ว่าเป็นแบบนั้นจริง การเรียกร้องขอให้ชดเชย ต่างๆ จะมีความชอบธรรม เพราะมูลค่างานมีคงเหลืออยู่จำนวนมาก

ผู้ที่จะลงนามใน จม. ควรเป็น ผู้ลงนามในสัญญา

งานเคลม คิดต่างแบบคิดบวก ไม่ใช่เรื่องปวดหัว ( 1 )


ผมได้ เข้ามาช่วยงานเคลม โครงการหนึ่ง ที่กำลัง เผชิญ กับการขาดทุน และการเอารัดเอาเปรียบโดยตั้งใจ หรือไม่ได้ตั้งใจก้อดี ของบริษัทข้ามชาติแบบเกาหลี ซึ่งพองานใกล้จบ หรือ จบแล้ว ก้อชอบชวนกินเกาเหลา เสียแบบนั้น โชคไม่เข้าข้างผม เท่าไหร่ ที่ผมรู้และเกี่ยวข้องกับโครงการนี้มากไป ผมเริ่มจาก ...


  • ได้รับรู้และเสนอแนะ เรื่องการประมูลการเสนอราคาโครงการนี้เป็นระยะ ในช่วงเวลานั้น วัสดุ, เหล็ก และน้ำมัน ขึ้นราคาแบบไม่มีแนวโนม้ว่า จุดสูงสุดจะอยู่เท่าไหร่ แต่แล้ว ไม่ทันไตรมาตร 4 ปี 51 ทุกอย่างก้อระเนระนาด ราคาวัสดุต่างๆ ก้อดิ่งลง ทุกรายการ พร้อมๆกับ บรรษัทธนกิจระดับโลก ล้มละลาย เหตุมาจาก การเกร็งกำไรและการไม่มีบริษัทภิบาล เคยบอกแล้วว่า การเกร็งกำไรเหล็กมีปัญหา จะพาล่มทั้งระบบ

  • การใส่ราคานั่งร้าน - ซึ่งมีปัญหาการขาดทุนมหาศาลในหลายโครงการ และทุกโครงการ ได้ใส่ราคาในลักษณะที่บอกว่า ถ้าเป็น BS-Scaffolding จะคิดราคาตามหน่วยวัด จริง และโครงการนี้ก้อใส่ไว้แบบนั้น รับรู้กันแบบนั้น มีการตั้งหน่วยงานบริการงานนั่งร้านขึ้น เพื่อเป็นการบริการภายใน ซึ่งจะช่วยลดการขาดทุนและการถูกบีบ ว่าต้องใช้ ผรม.นั่งร้าน เจ้านั้นเจ้านี้ โดยการแนะนำของ Safety ของเจ้าของโครงการบ้าง หรือ ของMain Contractor บ้าง ทำได้เองแล้ว ไม่ต้องกลัวใครมาสั่ง

  • ในห้วงเวลารอสรุปราคาโครงการนั้น แผนงานหลักของโครงการ เริ่มไปแล้ว 2-3 เดือน มีการเริ่มงาน Soil Improvement มูลค่าหลาย 10ล้าน ก่อนที่จะคุยราคากันจบ ด้วยซ้ำ เพราะโครงการนี้ไม่ใช้ เสาเข็ม ผมบังเอิญ ได้เข้าไปมีส่วนในการ ทำ เอกสาร ประกอบการ Kick Off Meeting โดยทำเป็น Power Point Presentation เรื่องราวต่างๆ ที่เคยเสนอใน การ Presentation นั้น มันกำลังรัดแขนขา จนทำอะไรไม่ออก ด้วยหลายๆ สาเหตุ มีการแจ้งเพื่อทราบก่อน ลงนามสัญญา มีการ Define Work Scope มีการเสนอให้มีการจ่ายค่าเร่งรัดในแผนงานที่สั้น และมีค่าปรับสูงใน 2 Milestone ติดต่อกัน มีการเสนอให้แนบ Dayworks Rate เข้าไปประกอบสัญญาด้วย เพื่อจะใช้สำหรับงานที่งานที่มีความยุ่งยากสูง ใน พท.เฉพาะ ส่วนของโรงงานเดิมที่กำลังเดินเครื่องจักรอยู่ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ ราคา Dayworks ในการเก็บ Actual Cost เพราะมีความยุ่งยากสูงในการประเมิน หน่วยราคา เพราะมีการควบคุมด้าน SAfety สูง และงานมีลักษณะ ต้องคอยการตัดใจสิน - ทุกอย่างหลายอย่าง ได้ส่งเมล์กระจายไปแจ้งเตือน ทุกภาคส่วน จนถึง ผู้บริหารระดับสูง เกือบ สูงที่สุดก้อด้วยแล้วนั้น

  • อนิจา .... ! มีการแก้เรื่องการปรับงานล่าช้า เท่านั้น เรื่องค่าเร่งรัด ขอบเขตงาน หรือ ตาราง dayworks ที่ส่งให้เพื่อใช้งาน ก้อไม่มีแนบในสัญญาด้วย มีความพยายามหลายครั้ง ที่แจ้งให้ ทางหน่วยงานรับรู้ และแก้ไข ในส่วนนี้ แต่ดูเหมือนทุกอย่าง ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ ทั้งๆ เป็นเวลาเริ่มต้นของงาน

  • ผู้จัดการโครงการ เสียชีวิต แบบโรคจากการโหมงานหนัก / วิศวกร ทั้งฝ่ายเราฝ่ายเขา ถูกให้ออกหลายคนหลายครั้ง ในระดับที่เป็น Key ของโครงการซึ่งมีผลกับข้อตกลงต่างๆ แม้จะมีข้อมูลทางเอกสารก้อตามที มักไม่ได้รับความยินยอม จากผู้มาใหม่ เสมอ

  • โชคร้าย ... ของผม ที่การกลับมาช่วยงานเคลม เหลือเวลาแค่ 1 เดือน ก้อหมดเวลาในสัญญา ทุกอย่างของผม เลยดูเร่งรัดไปหมด ทั้งที่ ความจริง มันเร่งรัดไม่ได้ขนาดนั้น เพราะมันต้องดู จนครบ ทั้งกรอบงาน ความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้น การทำความเข้าใจ กับ พวกเดียวกันเอง ว่าควรจะทำอย่างไร ดูเหมือนก้อหมดเวลาแล้ว การขาดทุนของโครงการนี้ อาจส่งผลให้การตัดสินใจ ในการขยับขยายหรือ ยุบ โครงการภูมิภาคนี้ไป ไม่ใช่เพราะปัญหางานขาดทุน แต่มีปัญหาเรื่องข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งส่งผลในการ หยุดรองานได้บ่อยๆ อีกด้วย ทั้งก่อนและหลังการทำสัญญา หรือการทำงาน มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับงานเคลม ที่จะต้องมองแบบ มองป่าทั้งป่า รู้ว่าต้นน้ำตรงไหน กองหิน ต้นไม้ใหญ่ตรงไหน อดีตเป็นอย่างไร วันนี้จะทำอะไร ทีจะต้องโยงใยกับสิ่งที่กำลังตามมาในอนาคต โรคปวดหัวข้างเดียวกลับมาเป็นอีก หลังจากหายไปนานมากกว่า 10 ปี (โชคดีจังที่ปวดข้างเดียว 555+)

ผมโชคร้ายซ้ำซาก ... การเดินย้อนกลับไปในอดีต ดูเหมือนจะมีปัญหามากสำหรับงานเคลม เพราะ ...



  1. เป็นการตอกย้ำซ้ำซาก ว่าเคยบอกแล้วแจ้งแล้ว เพื่อโปรโมตตัวเอง ว่าฉลาดเลิศล้ำมองเหตุการณ์ ได้แหลมคม แต่ไม่มีใครเชื่อถือ สุดท้ายก้อเป็นแบบนั้น และไม่เคารพการตัดสินใจ ของผู้ใหญ่ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

  2. เหมือนการตีม้าตายแล้ว อยู่ซ้ำๆ ไม่รู้ว่าจะตีทำไม เพราะถึงอย่างไรก้อตายไปแล้ว แค่จะร้องโอดครวญก้อทำไม่ได้

  3. ไม่มีใครชอบ ที่จะรื้อฟื้นเรื่องเก่า ที่มีความผิดพลาด ขึ้นมาแฉ มาหาว่าใครผิดแบบนั้น ย้อนไปเรื่องราคา ก้อไปให้โทษคนทำประมูล ย้อนไปเรื่องสัญญาก้อไปกล่าวหาผู้ใหญ่ว่าไม่รอบคอบ ย้อนกลับไปหา ผู้จัดการโครงการคนเก่าก้อ เสียชีวิตไปแล้ว ย้อนกลับไป ไม่มีใครต้องการ มีแต่งาน...ที่ผมต้องทำ จึงต้องลากให้มันกลับไปยังจุดนั้น อีก

ยุ่งยากมาก ... ก้อไม่ต้องมาทำ แต่ถ้าจะมาทำแล้ว จะทำอย่างไร "ลากถูลู่ถูกัง " ย้อนเวลาหาอดีต ที่อาจจะไม่ได้อะไร นอกจากความยุ่งยากกับตัวเองที่เคยเผชิญมาอีก แบบนั้นมั้ย


แล้วผมจะทำอย่างไร .... ติดตามต่อตอนหน้า


รายงานการประชุม เงินโครงการ-รายการที่ต้องการหาข้อสรุป และเคลม ครั้งที่ 1


เรื่องทั่วไป :
· Work Force Report ให้ทดลองใช้ข้อมูล mandays ของแต่ละเดือน เพราะจำนวนที่เป็นค่า Max น้อยกว่า ที่เคยรับรู้

สถานการณ์การเงินโครงการ : ตามรายงานสรุป สิ้นสุดโครงการถึง ต.ค.52
· มีงานคงเหลืออยู่ประมาณ 45.6 ล้าน จากยอดงาน 256.5 ล้าน ซึ่งเป็นงาน Road/Pavement/U-Ditch ประมาณ 22.6 ล้าน
· ในส่วนของ WIP 53.8 ล้าน มีรายการที่ต้องการหาข้อสรุปรวมอยู่ด้วย กรณีที่ไม่ได้ จะทำให้ยอดขาดทุนเพิ่มขึ้นด้วย
· งานที่เหลือ หลังหมดสัญญา จะเป็นงานเสนอราคาใหม่หรือ Dayworks เช่นงานใน Offsite Area, งานต่อเนื่องที่ยัง Obstructed. และอื่นๆ

Payment และ Additional
· มีหลายรายการงานเพิ่มเติม ที่ยังรอข้อสรุป 21.6 ล้าน จากยอดรวม 57.6 ล้าน หรือ 37.5 % ยอดใหม่กระทบ WIP
· ปริมาณงานทั้งหมดที่คำนวณได้ 256.5 ล้าน BOQ. 330.3 ล้าน หรือ 78% ซึ่งมีผลในการคำนวณ Indirect ด้วย ยอดใหม่กระทบ WIP
· งานนั่งร้าน และ Boom Lift Equiv. 4 ล้าน ยังไม่ได้รับการยอมรับ
· Material Supply ให้เร่งรัดตรวจสอบ เพื่อความชัดเจน ส่วน % Waste และส่วนที่ไม่ให้เบิก / กรณีการขายเศษเหล็กโดย Samsung มีผลต่อ %Waste เพราะทาง ITD ไม่มีข้อมูลการขายว่าเป็นส่วนของ ITD เท่าไหร่
· การตัดงานและไม่รับทำงานบางส่วน เป้นส่วนใน 256.5 ล้านด้วย ซึ่งมีผลในการคำนวณ Indirect ด้วย ซึ่งควรจะลดมูลค่าสัญญาก่อนคำนวณด้วย
· Incentive ที่มีการกำหนดให้หลายครั้ง แต่ตามเป้าหมาย ไม่มี พท. จริงให้ทำงาน นำรายละเอียดมาตรวจสอบและขอตามที่ควรจะได้รับ เพราะมีการจ่ายค่าเร่งรัดงานไปแล้ว ในรูปแบบต่างๆ
· ค่า Disposal Soil 26,000 m3 ยังหาข้อสรุปไม่ได้ (Double Works)

General Claims
· งานเคลมค่าเสียหายต่างๆ ยังคงทำรายการคำนวณ นำเสนออยู่โดยตลอด ซึ่งขณะนี้ ทำโดยเก็บ Time Sheet ไม่ได้ใช้แบบคำนวณเสนอราคา
· ค่าเร่งรัดงาน ของ Pipe Rack และ Equipment Foundation ยอดเสนอ 21.6 ล้าน จ่ายให้ส่วน ค่าน้ำมัน 2 ล้านเศษ และจ่ายค่า Early High Strength มาให้แล้ว – ยุติการเจรจา
· งานใน Off Site เป็นงานตามสัญญา แต่กรณี หมดเวลาในสัญญาแล้ว จะเสนอราคา ในแต่ละรายการใหม่
· เร่งรัดทำ เคลมเรื่อง Obstruction / Standby โดยให้ใช้ อัตราการทำงาน จาก Presentation สำหรับงาน Road/Paving/U-Ditch และอื่นๆ
· Changed Methodology / Required New Measurement Method
· Earth Sloped Quantities will be shared cost for Service Equipments (for Maintain Backhoe 8 Nos. for 8-9 Months)


สรุป.-
· รายการงานที่ไม่สามารถจะเจรจาได้ที่หน่วยงาน จะทำรายการสรุปพร้อมข้อมูลต่างๆ นำเสนอผู้บริหารระดับสูงเจรจาต่อไป
· เร่งรัดทำ ตัวเลขของแต่ละรายการที่จะเคลมให้ชัดเจน+เหตุผล











Monday, August 31, 2009

ไม่รู้จะทำอย่างไร ก้อลอกแบบ เลียนแบบ

คิดแบบฝรั่ง คิดแบบจีน คิดแบบญี่ปุ่น หรือ คิดแบบเชิงพุทธ โดยพุทธปรัชญา อะไรก้อได้ ที่ทำแล้วเข้าสู่วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ตั้งไว้ การทำสิ่งใดๆ โดยขาดเป้าหมาย-วัตถุประสงค์ คือการเดินลอยชาย (อ่านอะไร เห็นอะไร อย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมด โดยขาดการไตร่ตรอง วิธีการหนึ่งอาจใช้ได้กับสถานการณ์หนึ่ง หรือทุกสถานการณ์ที่ยกเว้นเพียงสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่)








การบริโภคในเศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ
เดี๋ยวนี้ การบริโภคในเศรษฐศาสตร์กระแสหลักได้บุกโหมมีกำลังมาก จนคนส่วนใหญ่ถูกมอมเมาด้วยระบบการตลาด กระตุ้นให้เกิดการบริโภคจนไม่รู้ว่าอะไรเหมาะ หรือไม่เหมาะ ดีหรือไม่ดี ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องลองมาพิจารณาการบริโภคในเศรษฐศาสตร์กระแสหลักในปัจจุบันเทียบเคียงกับเศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ เพื่อใช้ปัญญาไตร่ตรองดู ก็จะเห็นว่าความหลงกับปัญญา นั้นแตกต่างกันมากที่เดียว
1. "ทันสมัย" เป็นตัวบ่งชี้ความถูกต้อง เราจะซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ เพื่อแสดงว่าเราทันสมัย ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นเท่าใดนัก หากไม่ใช้ก็อาจถูกดูหมิ่น ดูแคลนว่า "ล้าสมัย"ในทางพุทธนั้น จะซื้อจะเปลี่ยนรุ่นตามการพิจารณา "คุณค่าแท้ คุณค่าเทียม" ว่ามีประโยชน์อะไร และส่วนไหนเป็นคุณภาพส่วนเกินที่ซื้อมาแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เฉพาะตัว เฉพาะตน ชาวพุทธนั้น จะยกย่อง "ความพอดี พอเพียง" เป็นสำคัญ
2. "เชื่อตรรกะเหตุผล" เป็นตัวบ่งชี้ความถูกต้องว่ากินแล้วมีพลัง เป็นยาชูกำลัง เอาคำว่าวิจัยแล้ว ทดลองแล้วมาอ้าง เป็นหลุมพรางแต่งความเชื่อแล้วซื้อ แล้วนำมาใช้งาน เป็นการแก้ที่ปลายเหตุในทางพุทธนั้นจะ "เชื่อตามหลักความจริง" ทำไมต้องกินยาชูกำลังด้วย มีอะไรเป็นเหตุปัจจัย มีทางเลี่ยงเป็นอย่างอื่นได้หรือไม่ ไม่บริโภคแล้วจะเป็นอย่างไร เราจะบริโภคด้วยปัญญา" ไม่ใช่บริโภคไปตาม "ความหลงงมงาย"
3. "ทรัพยากรธรรมชาติเป็นของข้า" ทำให้เกิดจากจัดสรร สัตว์ พืช หิน ดิน แร่ น้ำ น้ำมัน ที่มีอยู่กระจายทั่วโลก เอามาจัดสรรแบ่งปันซื้อขาย อย่างเต็มที่ตามเงื่อนไขราคาและกลไกตลาด แต่ลืมไปว่าสิ่งเหล่านี้ อาจหมดเปลืองสูญหายไปได้ และอาจหมดโดยเร็ว จนคนรุ่นลูกรุ่นหลานมีปัญหาในทางพุทธนั้น ให้มองคน พืช สัตว์ เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุข เกิดแก่เจ็บตาย ต้องรู้จัก "ใช้อย่างรู้ค่า" และรู้จัก "กตัญญูกตเวที" ต่อธรรมชาติที่เป็นผู้ให้ ต้องรักษาให้มีอยู่ต่อไป โดยการสร้างสมดุลธรรมชาติ
4. "มาตรฐาน" ที่นำมาใช้ในการตั้งนิยาม อธิบายพฤติกรรมสังคม เรื่องที่สมมติไปกับวิทยาศาสตร์ จะพิจารณาด้านประโยชน์ต่อมนุษย์เท่านั้น แต่ด้านความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ ยังถูกละเลยอยู่ และมุ่งเน้นไปที่ "รูป" เป็นส่วนใหญ่ในทางพุทธนั้น มองว่าการใช้ประโยชน์จะต้องมีมาตรฐาน ในทางไม่เบียดเบียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "จริยธรรม" หรือ "วินัยสังคม" เช่น สูบบุหรี่นั้น ความเป็นสิ่งต้องห้าม ทั้งเสพและผลิต การทำนมกล่องนั้นจะต้องขอทราบ การไม่ทำให้กล่องนั่นไปเบียดเบียนสิ่งแวดล้อมด้วย และต้องมีมาตรฐานอย่างนี้ ทุกๆ ผลิตภัณฑ์สินค้าและขอให้มาตรฐานมุ่งไปที่ "ใจ" หรือ "นวัตกรรม"
5. "การวัดความเจริญ" ในเศรษฐศาสตร์กระแสหลักจะมุ่งวัดที่เชิงวัตถุ เช่น ความสะดวก ความรวดเร็ว การได้รับความพึงพอใจ แล้วได้รับความสุขจากการที่กิเลสได้รับการตอบสนองในทางพุทธนั้นจะวัด "ความสุขจากภายใน" ในเรื่องของความเจริญ เป็นเรื่องของการพัฒนาจิต ที่มีการพัฒนาทางวัตถุที่พอเพียง จะเป็นคนที่มี "ความอดทน" "ความอดกลั้น" "ความสุขจากภายในที่ได้ปฏิบัติอย่างถูกต้อง" และ "การได้ภูมิปัญญาจากการชนะความไม่ได้ดั่งใจหรือทุกข์
6. "การเติบโตของมายา" มีการพัฒนาทางจินตนาการที่แปลกพิสดาร ที่ไม่เหมือนใคร จึงมีโครงการที่ไม่มีใครได้ประโยชน์ สำรวจอวกาศ ออกแบบงานวิจัยที่เจาะลึก ทำยากไม่มีใครเข้าใจ ศิลปกรรมก็แบบสื่อความหมายไม่ได้ หรือมีคนเข้าใจได้ในวงแดบๆ เป็นความรู้แบบมายาเป็นใบไม้นอกกำมือในทางพุทธนั้น จะเน้นการเติบโตด้านความรู้ในเชิง "ความรู้ที่จำเป็น" "ความรู้ในกำมือเดียว" ที่ให้หลุดจากโลกมายา เป็นความรู้ที่ต้องการฟื้นจากทุกข์ ฟื้นจากมายาและผลักดันให้ไปสู่ "โลกของความจริงแท้"
7. "สุดโต้งโดยการทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่" โดยคิดว่าเป็นศิลปะแห่งปัญญา ได้แก่ มหกรรมกีฬา นิทรรศการยิ่งใหญ่ การส่งเสริมการกินเปิบพิสดาร การท่องเที่ยวที่เกินพอดี
8. "สิทธิส่วนตัวที่คิดว่าชอบธรรม" เป็นเรื่องของข้า จะทำอย่างไรก็ได้มี
- ขับรถราคาแพงสุดๆ นาฬิกาเรือนละเป็นแสน ก็เรื่องของสิทธิส่วนบุคคลมีเงินซะอย่าง
- แต่งตัวพิสดารอย่างก็ไม่มีใครละอาย มันเป็นสิทธิ คนหัวโบราณเท่านั้นที่ไม่ชอบ
- ซื้อของเท่าไรก็ได้ จะกักตุนจนคนอื่นหมดสิทธิก็ไม่มีมาตรการห้าม
- เดินขึ้นลงด้วยลิฟต์ สิ้นเปลืองพลังงานเท่าใดก็ไม่มีใครว่า
- จัดมหกรรมบันเทิงสุดๆ เพื่อความสนุกแบบสุดๆ
ในเชิงพุทธนั้น "การบริโภคเกินพอดี" นั้นเป็นการเบียดเบียนตนเองและคนอื่น รวมถึงสิ่งแวดล้อมด้วย รวมไปถึงการสะสมกิเลส "ตัวกูของกู" หรือ "อัตตา" มาขึ้นเรื่อยๆ จากบริโภคนิยม
9. "แก้ปัญหาโดยการกลบทุกข์" โดยให้จิตผ่อนคลายโดยการไปดูหนัง ฟังเพลง เล่นกีฬา ดูทีวี อ่านหนังสือ ไปเที่ยว เล่นการพนัน ดื่มสุรา พูดทั้งวัน ประชุมทั้งวัน การแก้ปัญหาแบบเศรษฐกิจทุนนิยม จึงเต็มไปด้วยปัญหาอกแตก ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง เรื้อรัง จับปัญหาไม่ถูกในทางเชิงพุทธนั้น ต้องการให้ใช้ "อริยสัจ" ดับทุกข์ มีปัญหาก็แก้ที่สาเหตุ
10. "การทำงานคือ ความทุกข์" ดังนั้นจับต้องจำกัดเวลาทำงานและส่งเสริมให้พักผ่อนส่งเสริมให้ท่องเที่ยว ถือว่านั้นคือความสุขในทางพุทธนั้น "การทำงานหรือการปฏิบัติธรรม" ไม่จำกัดเวลาทำงาน ไม่ส่งเสริมการท่องเที่ยว ถือว่าการทำงานเลี้ยงชีพอย่างสุจริตคือความสุข
11. "การบริโภค เพื่อสุขภาพร่างกายและเป็นสิทธิส่วนบุคคล" ดังนั้นการซื้อหา การนำมาบริโภค จึงมีสิทธิและสามารถทำได้เต็มที่ในทางพุทธนั้น "การบริโภคเพื่อให้เกิดกำลังในการทำงาน และบริโภคตามความเป็นจำเป็น"
12. "กระบวนการบริโภคเพื่อกลบทุกข์" ทำให้ผ่อนคลายหายเครียดหายเหนื่อยได้ทันที หรือลืมไปชั่วขณะในทางพุทธ "การบริโภคเพื่อพิจารณาว่าชีวิตนี้คือความทุกข์"
13. "เป็นทาสเวลา" ใช้เวลาเพื่อฆ่าเวลา และบางครั้งก็แข่งขันความเร็ว โดยต้องการชนะเวลาในทางพุทธนั้น พิจารณาว่า เวลาเป็นของสมมติ ไม่เป็นทาสของเวลา จนเวลากัดกินใจตนเอง ขณะบริโภคต้องบริโภคด้วยความรู้เท่าทัน
14. "บริโภคด้วยความพอใจนั้นยุติธรรม" แม้ว่าจะทำให้ผู้อื่นแล้วสังคมเดือดร้อน ก็อดทนกันได้ในทางพุทธนั้น ต้อง"บริโภคด้วยสติสัมปชัญญะ" ไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน
15. "บริโภคแบบสะสม และกักตุนอย่างไรขอบเขต" ทั้งสิ่งของที่เป็นวัตถุและนามธรรมในทางพุทธนั้น "บริโภคเท่าที่จำเป็น" ไม่ส่งเสริมการกักตุน ทั้งทางรูปธรรม และนามธรรมสุดท้าย แนวคิดในเชิงเศรษฐกิจและเชิงพุทธจะเน้นที่การบริโภคเท่าที่จำเป็น ไม่กักตุน ไม่บริโภคสิ่งไร้สาระบริโภคไม่เบียดเบียน ไม่บริโภคเพื่อกลบทุกข์ แต่ให้พิจารณาบริโภคเพื่อยังชีพให้ดำรงอยู่ได้ และไม่บริโภคด้วยความอยากหรือตามใจกิเลส จนหลงมัวเมา จนขาดปัญญาพิจารณาไตร่ตรอง
โดย ... สมหวัง วิทยาปัญญานนท์
บริหารงานเชิงพุทธ http://www.budmgt.com/

Wednesday, August 26, 2009

Set of Claim Records


A Typical Set of Records

A good set of records that might be kept on a fair sized construction project could well include the following files. Note that these files are assembled into blocks of like subject matter. This approach greatly facilitates ease of filing and subsequent recall.

1) Original Contract Tender Documents
2) Issued for Construction set, and all subsequent revisions
3) Instructions to contractor
4) Contemplated Change Notices issued by the owner, Change Estimates, and Change Orders received
5) Sub-contractor quotes, contracts, purchase orders and correspondence
6) Shop drawings, originals, all revisions and re-submissions
7) Shop drawing transmittals, and transmittals log
8) Daily time records
9) Daily equipment useConstruction Claims
10) Daily production logs, e.g. concrete pours etc.
11) Material Delivery and Use Records, including expediting
12) Accounting records: pay-roll, accounts payable and receivable, etc.
13) Progress Payment Billings under the contract
14) Daily Force Account Records, pricing and billings
15) Contract Milestone Schedule or Master Schedule
16) Short Term Schedules and up-dates
17) Task schedules and analyses
18) Original tender estimate
19) Construction control budget
20) Actual Cost Reports, weekly or monthly, including Exception Reports.
21) Forecast-to-Complete Estimate up-dates
22) Productivity Reports/Analyses
23) Inter-office correspondence, including memos and faxes (all filed by topic).
24) Contract correspondence
25) Minutes of Contractual Meetings
26) Minutes of Site Coordination Meetings
27) Requests for information
28) Notice of claims for delays and/or extra cost by contractor
29) Government Inspection Reports
30) Consultant Inspection Reports
31) Accident Reports
32) Daily diary or journal entries
33) Notes of telephone conversations
34) Progress Reports, weekly, monthly or quarterly
35) Progress photographs
36) Any other reports, such as special consultant reports
37) A Filing Record of all the Record Files that are being maintained

Friday, August 14, 2009

Project Management Manuals - ครูเคยเดินตกบันได ลูกศิษย์ควรจะไม่ตกบันไดอีก











...... เสือรู้วิธีจะล่าเนื้อ ........

Willy // 11 Mei 2008 pada 11:07 Balas
Dear Pak Wir,Sebelumnya thx buat artikel dan e-book ttg struktur yang sudah di sharing.Selaku seorang yang interest dgn yg namanya project Management , saya ada beberapa koleksi e-book yang ingin saya bagi ke rekan2 blogger..

Harvard Business School

หลายโครงการที่ขาดทุนมหาศาล ถ้าลองมองเข้าไปในรายละเอียด จะพบว่า จุดอ่อนไม่ได้ถูกกำจัด จุดแข็งไม่ได้เสริมสร้าง คนที่ทำงานมุ่งมั่นแต่ที่จะให้เสร็จ ไม่รู้ว่าใช้จ่ายไปเท่าใด ไม่รู้ว่าจะทำกำไร ไปเพื่ออะไร