Sunday, May 31, 2009

เลิกเป็น SubContractor พร้อมที่จะต้องเป็น Joint Venture


จากปัญหาการขาดทุนสูงในหลายโครงการ สำหรับงาน General Civl และ Steel Structure ในหลายโครงการที่บริษัทคนไทย ไปเป็น SubContractor ให้บริษัท ข้ามชาติ แบบ เกาหลี ญี่ปุ่น สถานะและความพร้อมของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง คนไทย มีมากขนาดไหน เมื่อโยงใยไปถึง ระบบการบริหารงานเชิงคุณภาพ เช่น ISO-QA/QC หรือ ระบบงานควบคุมความปลอดภัย-สุขภาพ-สิ่งแวดล้อม ซึ่งราคางาน ควรจะอยู่มากกว่า 160% ในราคาที่เคยทำในสถานะ SubContractor และสิ่งหนึ่งที่มองข้ามไปไม่ได้คือ การประเมินผลการทำงาน


  • หนึ่งในหน้าที่ทางด้านการจัดการ: การวางแผน การจัดองค์กร การชี้นำ และการควบคุม

  • If you can’t measure, you can’t manage สิ่งใดที่วัดไม่ได้ ย่อมบริหารไม่ได้

  • If you can’t measure, you can’t improve สิ่งใดที่วัดไม่ได้ ย่อมพัฒนาไม่ได้

  • What gets measure, gets done สิ่งใดที่ได้รับการวัด ย่อมได้รับความสนใจ

  • มีเครื่องมือใหม่ๆ ในการวัดและประเมินผลมากขึ้น: Key Performance Indicators (KPI), Balanced Scorecard (BSC), Result-Based Management (RBM)
    - *- เมื่อก่อนจากมีความตื่นตัวในภาคเอกชน สู่ ความตื่นตัวในภาครัฐ แต่เดี๋ยวนี้ ภาครัฐกลับแซงหน้าเอกชนไปแล้ว -* -
เวบเกี่ยวกับการประเมินผล http://www.pasuonline.net/

http://iepattana.com/WebPage/ValueEng/ValueEnginneering.htm




Friday, May 22, 2009

วันนี้ ... ผมถูกปลดออกจากงาน


ห้วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงจากร้อนแล้ง ไปสู่ฤดูฝน ปีนี้ หลังคาบ้านที่เคยรั่ว มา2-3ปี หายไป แต่ยังหยดเปาะแปะบ้าง บ้านที่เคยถูกยึด โอนย้ายมาเป็นเจ้าของเรียบร้อย ตั้งแต่ วันที่ 20 พ.ค. จนมาวันนี้ 22 พ.ค. 52 ผม วิศกรโยธา อายุ 46 ปี ตำแหน่งวิศวกรกรควบคุม (Project Control) ถูกปลดด้วยข้ออ้างเพื่อเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ เงินเดือนหกหมื่น กว่าๆ อายุงาน 5 ปี เพราะเพิ่งเข้าอีกเป็นรอบที่ 3 และอาจจะมีรอบที่ 4 และ 5 การปลดในรุ่นเดียวกะผม มีกัน 3 คน อีก 2 คือ
1. วิศวกรโยธา ตำแหน่ง Project Manager อายุ งาน มากกว่า 20 ปี ในบริษัท แต่ ในรอบที่ผมมาอยู่ 5 ปี ตัวเลขขาดทุน ของโครงการ ชัดๆ มากกว่า 700 ล้าน ขาดทุนในโครงการของ ปตท 2 โครงการติดต่อกัน มากกว่า 500 ล้าน ช่วงเวลา 3 ปี - 
2. วิศวกร คนไทย ที่ไปทำงานในฟิลิปปินส์ - ผมไม่รู้ ว่าเพราะอะไร ... ไม่ใช่คนแถวนั้น

ผมเคยบ่นเปรย ในที่ประชุมบ่อยครั้งว่า "บริษัทนี้ ถ้าผมไม่เอาเงินสักคน ใครจะทำงานเอาเงิน", "ถ้าผู้บริหารระดับสูงไม่สนใจผลกำไร-ขาดทุน ของบริษัท พนักงานคงไม่มีเป้าหมายอะไร และคงเป็นคนทำงาน ที่ประเมินผลการทำงานอะไรไม่ได้ สุดท้ายก้อเป็นคนไร้ค่า - ขาดประสิทธิภาพ ซึ่งขณะนี้ พนักงานจำนวนมากเป็นแบบนี้ ไม่ยี่หระ อะไร ที่ทำให้เกิดความเสียหายกับบริษัท", "ผมจะไม่รับงานขาดทุน มากๆมาทำ แม้ว่า พวกเราจะไม่มีงานทำ เงินเดือน วิศวกร พนักงานเจ้าหน้าที่ หยุดรองาน ดีกว่าเอางานมาขาดทุนหลายร้อยล้าน แล้วสารพัดจะแก้ตัว",....

ผมเคยพูดซ้ำๆ ว่าผมเป็นเรียวแรงหลักในการทำกำไร มากกว่า 40 ล้าน ในงานโครงการที่ขาดทุนรวมกัน สูงกว่า 200 ล้าน ในงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ซึ่ง งาน Rock&Marine ประสพความสำเร็จ ได้ผลกำไร เพราะมีงานควบคุมโครงการ ซึ่งผมเองที่เป็นวิศวกรควบคุม ทั้งนี้ ก้อต้องประกอบไปด้วยทีมงานที่มีศักยภาพในการดำเนินงานด้วย คนๆเดียว ไม่สามารถทำอะไรๆ ได้เอง แต่ถ้าไม่มี คนๆเดียวนั้น ก้อ...ยากที่จะได้มา ในสถานการณ์ ตอนนั้น ที่หน่วยค่าแรงต่ำและไม่มี Indirect, Overhead / Profit คนที่หางานมาทำบอกว่า หางานให้ PM คนหนึ่งทำ การที่ บริษัท ต้องขาดทุนถึง 200 กว่าล้าน เพื่อให้คนๆหนึ่งมีงานทำ ... แปลกแต่จริง

และวันนี้ ผมกำลังตะโกนผ่านสายฝน เสียงฟ้าคำรามลั่น แต่คงไม่มีคนจะสนใจมันอีกแล้ว
ผมเคยแจ้งเตือน ...
  • เรื่องการขาดทุน มากถึง 170 ล้านถ้าไม่มีการควบคุมแรงงานและเครื่องจักร สุดท้ายโครงการนั้น ขาดทุน มากกว่า 350 ล้าน ทั้งๆ ที่ผมแจ้งกับคนระดับ Senior Director หรือระดับประธานฝ่ายปฏิบัติการ
  • การหล่อคอนกรีต Fireproof สำหรับ Steel Structure ทำอย่างไรก้อไม่มีทางกำไร ถ้าทำก้อจะขาดทุนสูงเหมือนหลายโครงการที่ผ่านมา ถ้าจะทำให้ทำกับพื้นแล้วยกไปติดตั้ง และทำในเวลาที่เหมาะสม ถ้าจะทำจริงๆ หน่วยราคา ควรจะมากกว่า 25,000 บาท/คิว สำหรับการใช้คนงานของบริษัททำ "เราไม่ควรเดินสะดุดหินก้อนเดิมๆ ซ้ำๆ ถ้าเรายังเป็นคนมีสติ" แรงมากไปมั้ยประโยคนี้
  • หน่วยราคางานดิน และ Service Equipment ควรแยกออกให้ชัดเจน เพราะบางโครงการ ใช้ Backhoe มากกว่า 13 ตัว รถบรรทุกดิน 15-17 คัน ทั้งที่มีงานแค่ วันละ ไม่ถึง 5000 คิวต่อวัน "ขาดความสนใจที่ควรจะมี ทั้งๆที่ เป็นระดับ project director มาเดินดูงาน ทุก 2 สัปดาห์"
  • ... เอาไว้วันหน้า ว่ากันยาวๆ เพราะเวลาคงว่างเยอะ สำหรับคนไม่ชอบหางานไกลบ้าน มาบตาพุด ห่วงบ้านห่วงสุนัข ผูกพัน ดูแลกันมากกว่า 12 ปี ขี้น้อยใจ แล้วไม่กินข้าว จนกลายเป็นสุนัขป่วย 

Wednesday, February 25, 2009

เร่งรีบติดตั้ง แล้วกลับมาซ่อม ค่าเสียหายใครควรจ่าย


วิธีการทำงาน คุณภาพงาน ความเร่งด่วน แผนงานที่เราไม่สามารถเป็นผู้กำหนด
ผมเคยประสพกับโครงการใหญ่ โครงการหนึ่ง ใช้เวลาเจรจาเรื่องราคายาวนานมาก เนื่องจากระหว่างการเจรจาวัสดุก่อสร้างต่างๆ ขึ้นราคาจากพุ่งพรวด และมีการขยับขึ้นทุกวัน ทั้งปัญหาน้ำมันขึ้นราคา เหล็กปูน ขึ้นราคา ค่าแรงงานขั้นต่ำขยับตัวสูงขึ้น กว่าการเจรจาจะจบ ปรากฏว่า เลยเวลาเริ่มของแผนงานมา 2 1/2 เดือน รวมกับเวลาตั้งหลัก(mobilization) 15-30 วัน รวมกันร่วม 3.5 เดือนที่เ ริ่มงานช้ากว่าแผน  แต่ Milestone ต่างๆ ยังคงเร่งรัด มีค่าปรับ การลงนามสัญญาล่าช้าออกไปอีก สุดท้ายค่าปรับเอาออก แต่ยังมีเป้าหมายเดิมอยู่ โหมทั้งคนทั้งทีมบริหารเข้าไป จัดการหล่อ Precast Piperack สูงขนาด ตึก 3-4 ชั้น (11-12 m) แล้วยกไปตั้ง เป็นหลายๆร้อยต้น งานแล้วเสร็จก่อน Milestone ผู้ว่าจ้าง เอา Incentive ไปกิน ได้เงิน Milestone Payment แถมยังไม่ต้องเสียค่าปรับ Milestone อีกด้วย งานติดตั้ง Piperack เรียบร้อย งานท่องานเหล็กและงานอื่นๆ ก้อเอาขึ้นไปติดตั้ง ระเกะระกะไปหมด 
ถึงเวลาต่อมา ... พบว่า มีความต้องการซ่อมผิวของ Precast Pipe Rack ที่ติดตั้งไปแล้วทั้งหมด มากกว่า 100 ต้น ค่าตั้งนั่งร้าน หรือบันได หรือ บูมลิฟท์ หรืออะไรก้อได้ ที่เอาคนขึ้นไปซ่อมงานได้ ประมาณการแล้วไม่น่าจะต่ำกว่า 10 ล้าน เพราะค่านั่งร้านอย่างเดียวปาไป 5 ล้าน ยังไม่รวมค่าแรงงาน ค่าวัสดุซ่อม ค่า Supervision ค่างาน QA/QC and Safety Control, Hand Over Works คาดว่า ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านเช่นกัน
ถ้าผมเป็นเถ้าแก่เอง ผมคงหน้ามืดลมใส่ กับค่าซ่อมที่สูงขนาดนี้ แต่ตรงนี้ ใครคงจะต้องรับผิดชอบบ้าง ...
ก้อต้องมาดูว่า ความจริงคือ งานถูกเร่งรัดให้ติดตั้ง เพื่อให้ทัน Milestone แค่จะหล่อให้ทันยังไม่ค่อยจะทันอยู่แล้ว ขนาดใช้ปูนพิเศษ ให้กำลังไว หล่อแล้วไม่ต้องรอนาน ยกได้เลย อารามรีบร้อนของผู้ว่าจ้าง อะไรก้อได้ ติดๆตั้งๆ ให้มันทันแบบไม่มีค่าปรับ แล้วได้เงิน Milestone
ถ้างานนี้ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบจ่ายแต่ฝ่ายเดียว ผู้ว่าจ้างก้อคงขำอยู่ในใจ แล้วล่ะ "ว่ากินหมูอีกแล้วและงานหน้าจะมีหมูอะไรกินต่ออีก"

Thursday, February 19, 2009

ต่างชาติ โกง บริษัท ก่อสร้าง คนไทย แบบไหนบ้าง ตอน 2


งานก่อสร้างส่วนใหญ่ มักมีงานที่บอกว่า เป็นงาน prelim. เช่นการหาระดับหรือแนวอ้างอิง การทำแผนที่ Topo การสำรวจดิน การหาข้อมูลเบื้องต้น ต่างๆ งานตรงนี้ หารายการเบิกเงินไม่ได้ในหลายโครงการ แต่มักมั่วนิ่มว่า อยู่ในส่วนของ Indirect Cost ซึ่งจริงๆแล้ว ก้อควรจะมีเผื่อไว้ตรงนั้นด้วย / งาน Safety ต้องแยกขอบเขตให้ชัดเจน ว่า ส่วนที่จะต้องรับผิดชอบอยู่แค่ไหน บางสัญญา ไปลอกมาแต่ให้มีการดำเนินการด้วยแม้ไม่มีค่าใช้จ่ายให้ การทำความสะอาด ยาม และส่วนอื่นๆ ที่ main ต่างชาติ มักโยนความรับผิดชอบให้ ทีนี้มาดูระหว่างการก่อสร้างบ้าง ว่าอะไรที่จับมาเป็นประเด็นได้บ้าง
  • การมาของแบบก่อสร้างล่าช้า ผลก้อคือการ Standby ของแรงงานและเครื่องจักร - คน 100 คน หยุดรองาน 1 วัน ค่าเสียหาย ประมาณ 35,000 บ/วัน หรือ 3,500 บ/ชม เฉพาะส่วนที่บอกว่า เป็น Direct/Indirect ของแรงงาน ถ้าในวันหนึ่ง ไม่สามารถทำงานได้ผลงาน ถึง 35,000 บาท แสดงว่า แรงงานอยู่ในสถานะ Standby แล้ว ทุกโครงการ ที่ล่าช้า จากปัญหาของแบบ การส่ง Approve วัสดุ แต่สุดท้ายภาระเกิดกับคนจ่ายเงิน หรือบริษัทที่เข้ามารับงาน กรณี ที่มีแรงงาน 300 คน มีงานทำบ้างไม่มีบ้างในช่วง 2 เดือนแรกของเดือน ควรต้องต้องเร่งรัดทำปริมาณที่ทำได้เสนอ และค่าใช้จ่ายจริงแจ้งไว้ เพื่อเป็นการเร่งรัด และการบันทึกไปในตัว 
  • Construction Drawing ที่ยังไม่ Approved หรือการสั่งการใดๆ ด้วยปากเปล่า ไม่ทำตาม คนงานก้อจะต้องนั่งรองาน ต้องบังคับให้เซ็นต์สั่ง Site Instruction ให้ชัดเจน ยิ่งงานเริ่มต้นโครงการ ยิ่งมีความจำเป็นที่ต้องรอบคอบมาก เช่นมาีการสั่งให้กองดินจากการขุดในหน่วยงาน ระยะเวลาไม่กี่วัน ดินอาจมากหลายแสนคิว กรณีที่ต้องย้ายกองดิน อาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านบาท หรือมากกว่า การประชุมการตัดสินใจ จะต้องมีความชัดเจนมีบันทึกรายงานการประชุม การประชุมกันทุกวัน โดยไม่มีการบันทึก จะมีความเสียหายมาก ขณะนี้มีหลายโครงการมีประชุมกันทุกวัน ผ่านมา 6 เดือน ไม่มีอะไรเก็บไว้เป็นหลักฐานการสั่งงาน 
  • เคยมีกรณี น้ำท่วม พื้นที่ก่อสร้าง เนื่องจากน้ำทะเล ทะลักเข้ามา เครื่องจักร อุปกรณ์จำนวนมาก จมน้ำ มีค่าเสียหายสูงกว่า 40 ล้าน มีการขึ้นศาลจากการฟ้องร้องของเจ้าของเครื่องจักรเรียกค่าเสียหาย มีการสืบพยานซึ่งเป็นเรื่องทาง เทคนิค การก่อสร้าง ศาลหรือผู้พิพากษา เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แถมมีเรื่อง Safety และอำนาจในการสั่งการ main contractor โยนภาระ ให้ sub อ้างว่ามีประสบการณ์ จึงจ้างมาทำงาน sub ก้ออ้างว่า main เป็นคนสั่ง หาเอกสารสั่งการหรือการตัดสินใจใดๆไม่เจอ ทั้งที่ ในการทำงานจริงแล้วนั้น main จะเป็นคนสั่งซ้ายสั่งขวา โดยตลอด เพราะมีอำนาจในการปลด ผจก.โครงการของ sub ตรงนี้ เลยเป็นเหตุให้ main หนีความรับผิดชอบไปไม่ได้ - คนจ่ายแล้วหรือเสียหายแล้วมักเป็นฝ่ายเสียเปรียบ การบันทึกจึงมีความจำเป็นมาก
  • อีกกรณีหนึง การเปลี่ยนแปลง ระดับ Finsih Grade ของโครงการ ในการเตรียมพื้นที่ของโครงการก่อสร้าง การปรับระดับพื้นดินของทั้งโครงการ กรณีที่ดำเนินการเสร็จทั้งหมดแล้ว มีการเปลี่ยนแปลงระดับ Finsih Grade ใหม่ ย่อมหมายถึงต้องมีการตัดหรือถม และบดอัดใหม่ การดำเนินการลักษณะเปลี่ยนแปลงนี้ ย่อมเป็นการทำงานที่อาจเรียกว่า Double Works ก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องทำปริมาณที่ทำแล้วเสร็จแล้ว ให้ทุกฝ่ายรับรู้ และส่วนงานที่จะต้องทำใหม่มีปริมาณเท่าใด ให้ชัดเจน เพราะสุดท้ายการอ้างอิงถึงจะอ้างถึงแบบจริง Approval for Construction Drawing หรือ AFC Drawing ซึ่งมักมีผลในการวัดจริงกับ Topo เดิม
  • Design and Material Selection ปกติ ในงาน Turn Key นั้น main contractor จะออกแบบและเลือกวัสดุที่ใช้ในส่วนงานต่างๆ เช่น การใช้ Waterstop แบบ Swelling Type กับ Construction Joint, การเลือกวัสดุ Linning ของ Concrete Tank, การใส่ เหล็กเสริม พิเศษ, การตัด Joint ของกำแพง ตามข้อกำหนด 

ต่างชาติ โกง บริษัท ก่อสร้าง คนไทย แบบไหนบ้าง ตอน 1



หลากหลายรูปแบบ ของการเอารัดเอาเปรียบ ส่วนใหญ่ บริษัทข้ามชาติ เกาหลี และญี่ปุ่น ที่เข้ามารับงานก่อสร้างใหญ่ๆ ในไทย ที่พบบ่อยที่สุด คือการทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เช่น

สัญญางานส่วนใ1หญ่เป็น สัญญา ผู้รับเหมาช่วง Subcontract Agreement แต่มอบความรับผิดชอบ ต่างๆไว้มากมาย บางโครงการเอาไปผูกไว้กับ สัญญาใหญ่ ทั้งๆที่ไม่มีโอกาส แม้จะได้เห็น ค่าปรับงานล่าช้า การทำโครงสร้างชั่วคราวต่างๆ งานความปลอดภัย 
  • กรณีนี้มีตัวอย่างงาน อุโมงค์ส่งน้ำคอนกรีต ซึ่งมีความต้องการโครงสร้างชั่วคราว ที่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 30-40 ล้าน ทั้งที่โครงสร้างหลัก แค่ 12 ล้าน
  • งาน ชีตไพล์ สำหรับงาน อุโมงค์รับน้ำ ทั้งที่งานดำเนินการแบบ Open Cut คือขุดเปิด แล้วมีการรักษา slope ของดิน ซึ่งค่าซีตไพล์ และค่าขุดดินภายใน สูงมากกว่า 45 ล้าน 
  • การผูกงานใหม่ กับงานใน พท.เฉพาะ หรือส่วนของโรงงานที่กำลังเดินเครื่องจักรอยู่ เช่นงานในโรงแยกแก๊ส ค่าแรงงานคอนกรีต 450 บ/ม3 แต่พอไปทำใน พท.เฉพาะ อาจมีค่าใช้จ่ายสูงมาก บางครั้ง อาจสูงกว่า 5,000 บ/ม3 หลังจากที่มีการเก็บค่าใช้จ่ายจริง หรือมูลค่าที่เบิกเงินได้ แค่ 10 ล้าน แต่จ่ายไปจริงๆ มากกว่า 100 ล้าน สำหรับการหยุดรองาน การทำงานไม่สะดวกของคนและเครื่องจักร ความต้องการในด้านความปลอดภัยสูง การเข้าถึง และ พท.การทำงาน ยาก ลักษณะงาน อาจยากกว่า งาน Shut Down เพราะต้องทำงานขณะที่มีการเดินเครื่องจักร
  • แผนงานที่เร่งรัดเกินจริง ตอนรับงานส่วนใหญ่อารามดีใจที่ได้งานใหม่ แต่ลืมดูว่าแผนงานสามารถทำได้หรือไม่ มีค่าปรับในแต่ละ Milestone ต้องจัด คนงาน และวิศวกร เข้าไปดูแลจำนวนมาก บางโครงการเร่งรัดได้ทันตามแผนงาน ผู้รับเหมาต่างชาติได้เงินพิเศษจากงานเสร็จไวกว่าแผน แต่บริษัทคนไทย ต้องมาตามซ่อมงาน เฉลี่ยสูงกว่า 200 บาทของ พท.ผิว คอนกรีต
  • การจัดหาวัสดุ เหล็กเสริม หรือ คอนกรีตให้ ตรงนี้ ต้องมีความรอบคอบเป็นพิเศษ เพราะลวดผูกเหล็ก วัสดุซ่อมคอนกรีต, วัสดุรอยต่อ Joint, Waterstop, วัสดุบ่มคอนกรีต และอื่นๆ ที่ไม่มีในรายการ้องสามารถเบิกเงินได้ เพิ่มในส่วนการวัดปริมาณ และ %Watse ในส่วน Method of Measurement มักไปลอกโครงการเก่าๆ ที่รวม Lapping, Bar Chair, Dowel ในส่วนนี้จำเป็นต้องคิดรวมไปทั้งหมดด้วย
  • การตัดทอนบางรายการหรือเปลี่ยนแปลงข้อตกลงระหว่างการตกลงราคาประมูล ข้อความที่เพิ่มเข้ามา เช่นไม้แบบ ต้องประกอบด้วย ค้ำยันไม้แบบ นั่งร้าน หรือคอนกรีต รวม Bolt / Plate / Waterstop งานดิน รวมค่าบดอัด ทำระดับ ค่าสูบน้ำ ค่าทดสอบ ค่าปรับปรุงสภาพ <-ตรงนี้เยอะมาก 
  • ระยะเวลาประกันผลงาน ส่วนใหญ่งาน Turn Key จะมีระยะเวลาประกันผลงานนานมากถึง 5 ปี แต่ในส่วนงาน ผู้รับเหมาย่อยควรต้องลดทอนเวลามาอยู่ 12 เดือน หรือมากสุด 18 เดือน หรือต้องมีการประเมินความเสียหายว่าเกิดจากอะไรไว้ด้วย 
  • ช่วงตกลงราคา กับช่วงเวลาทำงาน ส่วนใหญ่คนที่ทำงานช่วงตกลงราคาเป็นคนละทีมที่มาทำงาน สุดท้ายต้องเอาที่อยู่ในกระดาษเป็นหลัก สุดท้ายก้อไปโทษ คนลงนามในสัญญา ซึ่งเป็นบุคคลที่จะกล่าวโทษไปไม่ถึง เนื่องจาก การตรวจสัญญาเบื้องต้นควรดำเนินการอย่างรัดกุม แต่บ่อยครั้ง ความล่าช้าของ Advance Payment กลายเป็นสิ่งที่มาเร่งรัดให้มีการลงนามในสัญญาแม้ยังแก้ไขไม่ถูกต้อง หรือมีการยัดใส้สิ่งแปลกปลอมเข้ามาด้วย นี่ละครับที่บอกว่า โกงหรือฉ้อฉลในเรื่องของสัญญา อีกทั้งตกลงว่า จะไปขึ้นศาลที่สิงค์ไปร์บ้าง ในต่างชาติบ้าง ตรงนี้ผิดตั้งแต่ส่วนเจ้าของงานคนไทย ที่ต้องจัดการกับ ผู้รับเหมาที่เข้ามาเอารัดเอาเปรียบคนไทยด้วยกัน 
-----> ยังมีต่อ บทความหน้า

Saturday, February 7, 2009

Design Change and Impacted Cost


การเปลี่ยนแปลง Concept Design มีผลต่อค่าใช้จ่ายในการทำงาน โดยเฉพาะการเปลี่ยน ในโครงสร้างสำคัญ และมีขนาดใหญ่ของโครงการ กรณี ของการเปลี่ยน Steel Structure มาเป็น Concrete Frame กรณีนี้ ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายสูงมาก อีกทั้ง การวางแผนกำลังคนและเครื่องจักร จะเปลี่ยนไปด้วย


เราลองมาคิดง่ายๆ ว่า ถ้าเราเปลี่ยนจาก คานเหล็กมาเป็นคานคอนกรีต ที่ระดับความสูง 12 เมตร จะต้องใช้อะไรบ้าง

คานเหล็ก ใช้เวลาติดตั้งน่าจะอยู่ประมาณ 30 นาที คนงานประกอบ 2-3 คน

แต่กรณีคานคอนกรีต อาจต้องใช้เวลา 4-5 วัน และใช้แรงงาน หลากหลายประเภท

เริ่มจากการติดตั้งนั่งร้าน + ค้ำยัน 3-4 คน

ปรับเหล็กที่ข้างเสา ติดตั้งไม้ท้องคาน ทำระดับ ใช้ช่างไม้ 2-3 คน อาจจะต้อง มีการใช้กล้องช่วย

ติดตั้งเหล็กเสริม + ติด Embedded Plate คนทำงานผูกเหล็ก 3-4 คน

ปิดข้างแบบ ยึดแบบ ขีดระดับเทคอนกรีต ใช้ช่างไม้ อีก 3-4 คน

เทคอนกรีต อันนี้ ก้อต้องใช้ คนเทคอนกรีต อีก 3-4 คน เช่นกัน

หลังจากเทคอนกรีตเสร็จ รื้อแบบ ซ่อมผิว รื้อนั่งร้าน

แต่ที่ลืมไม่ได้เลย คือต้องใช้ เครน 1 ตัว คอยส่งวัสดุ อีก กรณีไม่ใช้เครน ก้อต้องใช้แรงงาน จำนวนมากในการลำเลียงวัสดุอุปกรณ์ ต่างๆ แค่นี้ ค่าใช้จ่ายต่างๆ มากมายในแต่ละขั้นตอน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://italianthai.doubleclickspace.com/Case1651/EXTRAS.htm
ค่าใช้จ่ายต่างๆที่เพิ่มขึ้น เป็นเหตุผลหลัก ที่ต้องเรียกว่า Extra
Why its call Extra – Super Structure
For All Steel Frame replaced by Concrete Frame could be called Extra Super Structure caused by;
1.Scaffolding Requirement, More Quantity and Long Period
2.Equipment Cost for Crane and Others for High & Slow Works
3.Manpower Increasing with low efficiency, it was not plan
4.PPE and Delay of Safety Control, Falling Control, Tag System
5.Indirect Cost by Increasing Manpower, camp, transportation, admin., supervision, safety and etc.-
6.All area required in the same time, no round of using and long time maintaining
7.Catch Up original construction for delay of concrete construction method which slower than steel structure

Saturday, January 24, 2009

Prolongation Cost Claim

ความยืดเยื้อในการทำงานก่อสร้าง มีผลต่อค่าใช้จ่ายต่างๆมากมาย การยืดเวลา แล้วเสร็จของโครงการออกไปมีผล กับ Direct Cost และ Indirect Cost
กรณีของ Direct Cost : งานตามแผนที่กำหนดแล้วเสร็จเดิม ต้องเตรียมแรงงานและเครื่องจักร เข้ามาตามแผนงาน ที่วางไว้ กรณีงานมีความยืดเยื้อ ส่วนเกินของค่าแรงงานและเครื่องจักร เพิ่มมากขึ้น ตามความต้องการของงานและเวลาที่ยืดยาวออกไป
กรณีของ Indirect Cost : ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ มักเป็นส่วนบริหาร บริการ ค่างานสำนักงาน ค่าบริหารงานสนาม ค่าเดินทาง ค่าเบี้ยประชุม ค่ารับรอง ค่าภาษี รวมกระทั่ง เรือนโรงชั่วคราว ห้องน้ำ และค่าทำความสะอาดต่างๆ ผลกระทบเพิ่ม ที่เกิดกับ Indirect Cost สูง คืองานที่มีการควบคุมสูง ด้านความปลอดภัย (Safety) และงานควบคุมคุณภาพ รวมทั้งรายงายต่างๆที่ต้องทำเป็นประจำด้วย




ตัวอย่าง - โครงการที่มีการเคลม Prolongation Cost http://italianthai.siam108site.com/HMC/


เรื่องเกี่ยวกับ Prolongation Cost จาก Google http://www.google.co.th/search?hl=th&q=prolongation+cost&meta=&aq=f&oq=

ตัวอย่างที่น่าสนใจ http://www.cannonway.com/web/page.php?page=83
http://en.allexperts.com/q/Construction-Law-914/Prolongation-Cost-associated-EoT.htm